วันพุธที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2556

ไหว้พระ 9 วัด ในกรุงเทพ ทำบุญง่ายๆภายใน 1 วัน



อ้อนและพี่สาว
           สวัสดีเข้าวันศุกร์ ที่สุดแสนจะรถติดและชีวิตที่แสนจะวุ่นวายของชาวกรุง อ้อนเป็นอีกคน ที่มาอาศัยและทำมาหากินอยู่กรุงเทพฯ โดยพื้นเพบ้านเกิด อยู่ จ. ชัยภูมิ และโดยกำเนิดดันยากจนอีกต่างหาก เลยหนีไม่พ้นต้องเข้ากรุงหางานทำ เลียนแบบมิวสิคเพลงหมอลำพื้นบ้านที่โด่งดังสมัยนั้น เลียนแบบซะเนียนจนได้อยู่กรุงเทพฯ ศิริรวม 15 ปีค่ะ ถามว่ามีความสุขไหมหายลำบากหรือยัง ตอบเลยว่ามาก....คือ สุขมากนะคะ เพราะมีธรรมะเป็นแนวทางการใช้ชีวิตในสังคมวัตถุ ให้มีความสุขท่ามกลางความวุ่นวายของสังคม และวันนี้เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่อ้อนจะพาพี่สาวที่รู้จักกันมาก็ 15 ปี ตั้งแต่เข้ากรุง แต่ต่างกันหน้ามือ เป็นหลังมือ ไม่ว่าหน้าตาหรือฐานะ และการศึกษา เรียกว่าครบค่ะ แต่อ้อนนี่มาเพื่อสร้างความแตกต่างจริงๆ....แต่มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือใจค่ะ ลืมบอกไปว่าอ้อนจะไปไหว้พระ 9 วัดทุกปี แต่ละปีก็จะเปลี่ยนเป็นตามต่างจังหวัดบ้าง แล้วแต่โอกาศ แต่พี่สาวอ้อนนี่คือครั้งแรกในชีวิตที่จะได้ไปทำบุญ 9วัด โดยการชักชวนของอ้อน ปกติพี่สาวจะมีสังคมเพื่อนฝูงไฮโซ ปาร์ตี้ สังสรรค์ เที่ยวเมืองนอก เป็นว่าเล่น แทบจะหาเวลาทุกข์ไม่เจอ แต่พอรู้ว่าอ้อนจะไปทำบุญ 9วัดพี่สาวก็เตรียมตัวรออย่างตื่นเต้น ทั้งที่รู้ว่าต้องใช้เวลาทั้งวันและเดินทางลำบากคนส่วนใหญ่ที่ไม่เคยไปจะคิดแบบนี้ค่ะ และวันนี้อ้อนเลยอยากจะแนะนำให้เพื่อนๆได้รู้ว่า การไหว้พระ 9 วัดในเมืองที่มีการจราจรแออัด จริงๆแล้วไม่ลำบากและใช้เวลานานอย่างที่หลายๆคนคิดและเข้าใจค่ะ ว่าแล้วเราก็เริ่มเดินทางกันเลยนะคะ
พี่สาวและอ้อน

          อ้อนกับพี่สาวพักอยู่แถวพระราม9 เดินทางโดยขับรถไปเอง ออกจากบ้านเวลาประมาณ 10.00 น. โดยจะนำรถไปจอดไว้ที่วัดศระเกษ(วัดภูเขาทอง) ซึ่งก็ไปเองไม่ถูกหรอกค่ะ เลยต้องอาศัยแผนที่ ที่ติดมากับมือถือนำทางไปค่ะ ไปถึงวัดภูเขาทองก็เกือบจะ 11 โมง รถไม่ติดอย่างที่คิดเพราะเราเลือกออกเวลาที่ทุกคนเข้าออฟฟิสกันหมดแล้ว ไม่อยากออกเช้าพร้อมขบวนตอกบัตรน่ะค่ะ..แต่ถ้าเพื่อนคนใหนไม่เอารถไปเอง ก็ไม่ต้องไปวัดภูเขาทองก่อนก็ได้นะคะ จะเริ่มที่วัดใหนก่อนก็ได้ตามสะดวก เพราะวัดทั้ง 9 ที่อ้อนจะพาไปนี้อยู่ใกล้ๆกันเลยค่ะ และจำเป็นอย่างยิ่งนะคะที่ต้องเป็น 9 วัดนี้ เพราะเป็นสถานที่เก่าแก่ คู่บ้านคู่เมืองเรามานาน มีความศักดิ์สิทธิ์ จะเป็นศิริมงคลอย่างยิ่งสำหรับผุ็ที่ไปกราบไหว้ อยากให้เพื่อนๆไปตามลำดับข้างล่างนี้เลยนะคะเพราะจะช่วยประหยัดเวลามากๆมาเริ่มกันที่วัดแรกเลยนะคะ


1. ศาลหลักเมือง#ท่านกล่าวว่า ไหว้หลักเมือง ตัดเคราะห์ ต่อชะตา เสริมวาสนาบารมี

ศาลหลักเมือง กรุงเทพ 1
ศาลหลักเมือง กรุงเทพมหานคร
           เราออกจากวัดภูเขาทองโดยแท็กซี่ใช้เวลาไม่เกิน 20 นาที ค่ารถ 50 โดยประมาณ ถึงหน้าศาลหลักเมืองยังไม่ลงรถ เจอแม่ค้าดอกไม้ลุมเลยค่ะ อ้อนมัวแต่จ่ายค่ารถหันมาอีกทีดอกไม้เต็มกำมือพี่สาวในใจก็ขำแกหวังดีซื้อเผื่ออ้อนอีก อ้อนเองก็ลืมบอกไปว่าทุกสถานที่ ที่เราไปไหว้ทางวัดจะจัดดอกไม้ธูปเทียนไว้ให้เราหมดแล้วเรามีจิตศรัทธาเท่าไรก็ร่วมบริจาค ถือเป็นการร่วมทำบุญกับทางวัด แต่ถาซื้อนอกวัด ถือเป็นการทำบุญกับแม่ค้าเช่นกันค่ะ 

ศาลหลักเมือง กรุงเทพ 2
ศาลหลักเมือง กรุงเทพมหานคร
          ศาลหลักเมืองไม่ใช่วัด แต่เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ สำหรับทุกคนที่พักอาศัย หรือ ทำมาหากิน ต่างบ้านต่างเมือง ล้วนต้องมาศักดิ์การะบูชาให้ได้นะคะ ท่านจะได้ให้พร ปกปักคุ้มครอง ให้เราอยู่เย็นเป็นสุขตลอดไป (ตำนานกล่าวขาน ต้องฝังอาถรรพ์ 4 ประตูเมือง ฝังร่างชาวเมืองทั้งเป็น อิน จัน มั่น คง เพื่อเป็นผู้เฝ้าทวารมหาปราสาทบ้านเมืองป้องกันศัตรูและปกป้องกษัตริย์ผู้ครองนคร )

2. วัดพระแก้วมรกต ชื่อเต็มคือ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม#ท่านกล่าวว่า ไหว้พระแก้วมรกตให้มีแก้ว แหวน เงิน ทอง

วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ( วัดพระแก้ว ) - กรุงเทพมหานคร 1
วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ( วัดพระแก้ว ) - กรุงเทพมหานคร
          เสร็จจากไหว้ศาลหลักเมืองเราก็เดินออกมาถนนใหญ่มองเห็นวัดพระแก้ว ตั้งตระหง่านสวยงามมาก อยู่เยื้องจากศาลหลักเมือง 
 
วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ( วัดพระแก้ว ) - กรุงเทพมหานคร 3
วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ( วัดพระแก้ว ) - กรุงเทพมหานคร

          เราเดินข้ามถนนไปไม่ถึง 10 นาทีเดินเลียบกำแพงวัดพระแก้ว ถึงทางเข้าประตูวัดจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าแถวยาว เพื่อเข้าชมวัดพระแก้วของเรา เห็นแล้วปลื้มใจมากค่ะขอแนะนำเพื่อนๆๆ นะคะว่าวัดพระแก้วถ้าจะเข้าต้องแต่งตัวสุภาพใส่กระโปรงหรือกางเกงขายาว ไม่งั้นทางวัดจะจัดผ้าถุงให้นุ่งค่ะ จึงดูน่ารักอีกแบบเมื่อเห็นต่างชาติใส่ผ้าถุงของไทยเดินเต็มวัด และพอเข้าไปในวัดแล้วสังเกตุทางเดินด้วยนะคะ จะมีทางเดินสำหรับชาวไทยและต่างชาติเดินกันคนละทางนะคะ อ้อนหน้าบานเลยถึงตรงนี้เพราะทางเดินอ้อนโล่งยิ่งกว่าถนนเมืองลาว ส่วนทางเดินต่างชาติจราจรติดขัดยิ่งกว่าถนนสีลมซะอีก จึงได้รับความสะดวกในการไหว้พระอย่างยิ่งยวดในครั้งนี้ พอเดินเข้าไปถึงชั้นในของวัดที่ประดิษฐานขององค์พระแก้ว ภายในอุโบสถได้รับการตกแต่งที่วิจิตรงดงามตั้งแต่เพดานถึงพื้นกลางห้องประดิษฐานพระแก้วมรกต ในบุษบกทองคำพร้อมด้วยพระพุทธรูปสำคัญมากมาย งดงามจริงๆๆ สมแล้วที่ต่างชาติแย่งกันเข้าประตูวัดเพื่อเข้าชม ขณะนั่งปราบปลื้มความงามของวัด 
          
วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ( วัดพระแก้ว ) - กรุงเทพมหานคร 2
วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ( วัดพระแก้ว ) - กรุงเทพมหานคร


         พี่สาวอ้อนหันมากระซิบว่า "ขอบใจอ้อนมากนะ ที่ชวนพี่มาไหว้พระในครั้งนี้ พี่มีบุญจริงๆ ที่มีโอกาศได้เข้ามาชมและไหว้พระแก้ว ทั้งที่โดยปกติขับรถผ่านไปมา หาโอกาศไม่มีเลยที่จะได้เข้ามาไหว้พระแก้ว นี่เป็นครั้งแรกและสุดแสนจะประทับใจ" อ้อนยิ้มและคิดในใจ ว่า ได้ยินแค่นี้อ้อนก็อิ่มใจ

3. วัดพระเชตุพน(วัดโพธิ์) ชื่อเต็มว่า"วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร #ท่านกล่าวว่า ไหว้พระนอนวัดโพธิ์ "อยู่ดีกินดีตลอดปี"

วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร (วัดโพธิ์) - กรุงเทพมหานคร
วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร (วัดโพธิ์) - กรุงเทพมหานคร
          อิ่มเอมใจกับความงามของวัดพระแก้วพอสมควรแล้วเราทั้งคู่ก็มุ่งหน้าสู่วัดโพธ์โดยรถแท็กซี่ เดินทางไม่เกิน 20 นาที ค่ารถ 40 บาท วัดโพธิ์เป็นอีกที่ ที่ชาวต่างชาติเยอะไม่แพ้วัดพระแก้ว บริเวณซุ้มประตูทางเข้าพระมณฑปจะมียักษ์วัดโพธิ์ยักษ์ในวรรณคดี เรื่องพระรามเกียรติ์ ยืนเฝ้าอยู่ หลายคนเข้าใจผิดคิดว่าตุ๊กตาสลักหินรูปจีน ด้านในวัดเป็นที่ตั้งของ วิหารพระพุทธไสยาส(พระนอน)ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่ก่ออิฐ ถือปูน ปิดทองทั่วองค์มีขนาดใหญ่มาก การจะเข้าวิหารต้องเข้าประตูอีกด้านแล้วออกอีกด้าน ห้ามเดินย้อนกลับนะคะ จึงทำให้หลายคนเจอปัญหาระดับชาติคือ "รองเท้าหาย"ทางวัดก็ช่วยแก้ปัญหาได้ดีเยี่ยมเลยค่ะ บริการย่ามสะพายใส่รองเท้าสำหรับทุกคนคราวนี้ละทุกคนมีย่ามสะพายในวิหารทุกคนเลยค่ะ วัดโพธิ์ถือว่าเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศด้วยนะคะ เนื่องจากเป็นที่รวมจารึกสรรพวิชาหลายแขนง ทางยูเนสโก้ได้ขึ้นทะเบียนเป็น มรดกความทรงจำโลกของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกในทะเบียนนานาชาติเลยทีเดียวค่ะ น่าภูมิใจเป็นที่สุด

4. วัดอรุณหรือวัดแจ้ง ชื่อเต็ม "วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร #ท่านกล่าวว่า ไหว้พระวัดอรุณ"ชีวิต โรจน์รุ่ง ทุกวันคืน"



วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร - กรุงเทพมหานคร 1
วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร - กรุงเทพมหานคร
          ยักษ์วัดโพธิ์กับยักษ์วัดแจ้งเป็นเพื่อนรักกัน แต่เพราะเรื่องเงินจึงต้องทะเลาะเบาะแว้งตีกันจนท่าเตียนพระอิศวรต้องจับแยกไว้คนละฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ตามเรื่องเล่าของรามเกียรติ์นะคะ อ้อนกับพี่สาวจึง ออกจากวัดโพธิ์เดินไปไม่นานก็ถึงท่าเรือ "ท่าเตียน"เพื่อข้ามฝั่งไปวัดแจ้ง ค่าเรือข้ามฝั่งคนละ 3 บ. พอข้ามถึงฝั่ง เดินขึ้นจากท่าเรือ ก็จะเจอ ยักษ์วัดแจ้งยืนตระหง่านเฝ้าซุ้มประตูทางเข้าพระอุโบสถสวยงามมาก ถ้าสังเกตุให้ดีจะเห็นว่ายักษ์วัดแจ้งหันหน้ามองตรงไปทางวัดโพธิ์ เหมือนจะสื่อให้รู้ว่าคิดถึงเพื่อนที่อยู่วัดโพธิ์อีกฝั่งของแม่น้ำเจ้าพระยาอยู่ทุกวัน วัดอรุณมีพระอุโบสถที่งดงามและเป็นที่ประดิษฐานพระบรมอัฐิของ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย(ร.2) เป็นวัดประจำราชการที่ 2
วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร - กรุงเทพมหานคร 2
วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร - กรุงเทพมหานคร

วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร - กรุงเทพมหานคร 3
วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร - กรุงเทพมหานคร
          เล่ากันว่าพระองค์ทรงลงมือปั้นหุ่นพระพักตร์ พระประธานในพระอุโบสถ ด้วยฝีพระหัตถ์ของพระองค์เองอีกด้วย มีจิตรกรรมฝาผนังที่สมบูรณ์อยู่มาก และที่ทำให้อ้อนทึ่งไปเลยคือพระปางค์ตั้งสง่างามแม้ตอนกลางวันหรือกลงคืนก็สวยไม่แพ้กัน แอบสงสัยหลายครั้งเวลาล่องเรือชมวิวแม่น้ำเจ้าพระยา ตอนกลางคืน ทำไมวัดอรุณถึงได้สวยงามขนาดนั้น มันคือส่วนใหนของวัดหรือ มาวันนี้ถึงบางอ้อเมื่อมายืนตรงหน้าพระปรางวัดอรุณ งามจริงๆ


5. วัดระฆัง ชื่อเต็มคือ "วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร#ท่านกล่าวว่า ไหว้พระวัดระฆัง "มีชื่อเสียงโด่งดัง ตลอดปี

วัดระฆังโฆสิตาราม วรมหาวิหาร - กรุงเทพมหานคร
วัดระฆังโฆสิตาราม วรมหาวิหาร - กรุงเทพมหานคร
          วัดระฆังอยู่ไม่ใกลจากวัดอรุณแต่ถ้าเดินคงจะเหนื่อยไปเราเลยนั่งตุ๊กๆๆอย่าให้น้อยหน้าต่างชาติค่าบริการ 20 บ. ตลอดสาย ถึงหน้าวัดเป็นอีกที่ที่มีแม่ค้าขายดอกไม้เครื่องสังฆทานวิ่งมาต้อนรับ คราวนี้พี่สาวปฎิเสธแบบนิ่มนวลจนแม่ค้าต้องยอมหลบ อ้อนแอบชมถึงการปรับตัวของพี่สาว วัดนี้เป็นวัดที่มีคนมาทำสังฆทานทั้งวันจำนวนมาก วัดระฆังมีประวัติเรื่องเล่าเกี่ยวกับพระสมเด็จวัดระฆังปิดทองล่องชาด(ปิดทองทึบ)ที่น่าสนใจมาก ถ้ามีโอกาศอ้อนจะนำประวัติที่ระเอียดมาเขียนให้เพื่อนๆได้อ่านกันต่อไป แต่ตอนนี้ขอไหว้พระพร้อมท่องคาถาชินบัญชรที่ทางวัดเตรียมไว้ให้ก่อนนะคะ เสร็จจากไหว้พระวัดระฆัง เราทั้งสองก็เตรียมตัวนั่งเรือข้ามฝั่ง ระหว่าง รอเรือ ที่ท่าเรือวัดระฆัง จะมีนกและปลาบริเวณท่าเรือจำนวนมาก พอๆกับแม่ค้าขายอาหารนกและปลา ที่ตั้งแผงลอยขาย เต็มทางเดิน กลายเป็นอีหนึ่งกิจกรรมบุญ ก่อนข้ามฟาก คือ ให้อาหารนกและปลา สนุกสนานกันเลยทีเดียวค่ะ

6. วัดชนะสงคราม ชื่อเต็ม "วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร"#ท่านกล่าวว่า ไหว้พระวัดชนะสงคราม"มีชัยชนะต่ออุปสรรคทั้งปวง" 

 
วัดชนะสงคราม ราชวรมหาวิหาร - กรุงเทพมหานคร 1
วัดชนะสงคราม ราชวรมหาวิหาร - กรุงเทพมหานคร

           ได้เวลานั่งเรือข้ามฟากคราวนี้ลงท่าเรือ "ท่าช้าง" ต้องมาเจอปัญหาใหญ่เกิดขึ้นในชีวิต เพราะท่าเรือนี้เป็นตลาดขายของกิน ของกินเยอะมากๆๆๆ น่ากินทั้งนั้น(เราทั้งคู่ชอบกินมากค่ะ กินได้ตลอดและเรื่อยๆๆๆเห็นอะไรก็อยากกินหมด) แต่ต้องห้ามใจเดินผ่านได้แค่ชม เพราะเราต้องไปต่ออีก3 วัด วันหลังค่อยกลับมาซื้อกันเนาะ..คุยกันเบาๆสองคน จึงตัดสินใจโบกแท็กซี่มุ่งหน้าไปยังวัดชนะสงคราม ไม่ถึง 20 นาที ก็ถึงหน้าวัด 
 
วัดชนะสงคราม ราชวรมหาวิหาร - กรุงเทพมหานคร 2
วัดชนะสงคราม ราชวรมหาวิหาร - กรุงเทพมหานคร


          วัดนี้เงียบสงบมาก นักท่องเที่ยวน้อย แต่พอเข้าไปในวัด รู้สึกได้ถึงความสงบร่มรื่น เราทั้งคู่เข้าไปไหว้พระในพระอุโสถ มีบางคนใช่สถานที่นี้ในการนั่งสมาธิ ดูสงบนิ่งจนน่าเลื่อมใส เห็นแลวเราก็สงบตามลืมเหนื่อยไปเลยล่ะ หยุดพักชื่นใจกันพอสมควร เรามุ่งหน้าต่อไปยังศาลเจ้าพ่อเสือ


7 ศาลเจ้าพ่อเสือ(ศาลเจ้าพ่อเสียนเทียนซั่งตี้)#ท่านกล่าวว่า ไหว้ศาลเจ้าพ่อเสือ "เสริมอำนาจบารมี"

ศาลเจ้าพ่อเสือ พระนคร - กรุงเทพมหานคร
ศาลเจ้าพ่อเสือ พระนคร - กรุงเทพมหานคร

          ศาลเจ้าพ่อเสือถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และมีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่ง ดาราคนดังและนักการเมืองหลายท่านให้ความเคารพศรัทธาอย่างมาก ในทุกๆปีจะมีผู้คนมาไหว้ศักดิ์การะขอพรจำนวนมากรวมถึงการแก้กรรมปีชง ซึ่ง พอลงจากรถอ้อนก็ถูกทักว่าตรงกับปีชง ตองแก้กรรมกันเลย โดยทางผู้ดูแลศาลจะเป็นคนแนะนำและพาจัดเครื่องไหว้บูชา(มีประวัติคร่าวๆว่า มีแม่ลูกคู่หนึ่งมีฐานะลำบากยากจน อาศัยอยู่ในป่า วันนึงลูกชายผู้มีความรักกตัญญูต่อผู้เป็นแม่มาก ถูกเสือกัดตาย เมื่อเสื่อตัวนั้นถูกชาวบ้านจับได้เสือได้แสดงอาการสำนึกผิดยอมให้ชาวบ้านฆ่าเพื่อไถ่บาป แต่เมื่อชาวบ้านเห็นเสือยินยอมสำนึกผิดจึงสงสารฆ่าไม่ลง โดยลงโทษให้เสือไปอยู่ดูแลผู้เป็นแม่ของผู้ตาย เสือก็ยินยอมพร้อมใจดูแลแม่ผู้ตายอย่างดี ยิ่งกว่าลูกชายคนเดิมเสียอีกจนเกิดความรักความผูกพันธ์ระหว่างคนกับเสือ อยู่มาจน 7 ปี ผู้เป็นแม่ได้เสียชีวิตลงด้วยโรคชรา ระหว่างชาวบ้านจุดไฟเผาศพเสือก็เดินคำรามรอบกองไฟไปมา พอไฟลุกโชติช่วงเสือก็กระโจนเข้ากองไฟตาม ไฟไหม้ร่างทั้งสองไปพร้อมๆกัน ชาวบ้านต่างตกใจไปตามๆกัน คิดไม่ถึงว่าเสืออยู่ในร่างของสัตว์แต่มีดวงจิตสูงส่งเป็นอัฉริยจิต ชาวบ้านจึงร่วมกันสร้างขึ้นและขึ้นป้ายชื่อหน้าศาลว่า "ศาลเจ้าพ่อเสือ" เมื่อไหว้เสร็จก็รับรู้ได้ถึงความสุขใจอย่างบอกไม่ถูกค่ะ อย่างไรเราก็อยากให้เพื่อนๆได้ไปไหว้กันนะคะ ถึงจะตรงกับปีชงหรือไม่ ก็สามารถไปไหว้ขอพรได้ค่ะ ออกจากศาลเจ้าพ่อเสือเราทั้งคู่ก็เดินทางต่อไปยังวัดสุทัศน์

8 วัดสุทัศนฯ ชื่อเต็มคือ "วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร"#ท่านกล่าวว่า ไหว้พระวัดสุทัศนฯ"มีวิสัยทัศ์กว้างไกล มีเสน่ห์แก่บุคคลทั่วไป

วัดสุทัศนเทพวราราม ราชวรมหาวิหาร - กรุงเทพมหานคร
วัดสุทัศนเทพวราราม ราชวรมหาวิหาร - กรุงเทพมหานคร

          เราทั้งคู่เดินออกจากศาลเจ้าพ่อเสือเดินทางมาถึงวัดสุทัศน์ใช้เวลา ประมาณ 20 นาที ก็ถึงเนื่องจากวัดกับศาลเจ้าพ่อเสืออยู่ไม่ใกลกันมาก เดินกินลมชมของไปก็ถึงแล้ว วัดสุทัศน์จัดได้ว่าเป็นวัดที่จัดวางผังได้สัดส่วนงดงามที่สุด ถือเป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ที่ทิพย์ด้านหน้าพระพุทธบัลลังก์ พระศรีศากยมุนี เป็นที่บรรจุพระบรมราชสรีรางคาร ของสมเด็จพระปรเมนมหาอานันทมหิดล รัชการที่ ๘ ภายในบริเวณวัดสงบร่มเย็น ผู้คนไม่พลุกพล่านเหมือนวัดอื่นๆ อาจจะเป็นเพราะตกเย็นแล้วก็เป็นได้ เพราะ ณ ตอนนี้ก็เป็นเวลา 16.00 น.ท้องฟ้าเริ่มครึ้ม อากาศดีที่สำคัญทำไมรถไม่ติดเหมือนดั่งวันศุกร์ทั่วไป หรือจะเป็นเพราะว่าจิตใจเรามุ่งอยู่แต่กับการทำบุญไหว้พระ จนลืมที่จะมองเห็นความวุ่นวายและแออัดของการจราจร ได้เวลาที่เราจะต้องกลับไปที่วัดภูเขาทอง ซึ่งเป็นสถานที่แรกและที่สุดท้ายในการไหว้พระของวันนี้

9 วัดสระเกศ(วัดภูเขาทอง) ชื่อเต็ม "วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร" ท่านกล่าวว่า ไหว้พระวัดภูเขาทอง "ชีวิตมั่นคงดั่งภูเขา"

วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร (วัดภูเขาทอง) - กรุงเทพมหานคร 1
วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร (วัดภูเขาทอง) - กรุงเทพมหานคร


          เราทั้งคู่ออกจากวัดสุทัศน์ โดยนั่งรถแท็กซี่ใช้เวลาไม่นานก็ถึงวัดภูเขาทองเป็นเวลา 16.30 น. อากาศเริ่มเย็นท้องฟ้าเริ่มครึ้มเหมือนฝนจะตก 

วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร (วัดภูเขาทอง) - กรุงเทพมหานคร 2
วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร (วัดภูเขาทอง) - กรุงเทพมหานคร
          เราทั้งคู่ต้องเดินขึ้นบันไดเวียน ๓๔๔ ขั้น เพื่อขึ้นไปสักการะพระบรมสารีริกธาตุบนยอดพระเจดีภูเขาทอง โดยมีพระบรมบรรพตภูเขาทองสูงประมาณ 100 เมตร ซึ่งจัดเป้นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของเมืองไทยและมีชื่อเสียงไปทั่วโลกเลยทีเดียว ระหว่างทางเดินขึ้นบันไดก็จะมีดนตรีธรรมเบาๆ เปิดให้ฟังเพื่อช่วยเราผ่อนคลายหายเหนื่อย เพราะบันได ๓๔๔ ขั้นถือว่าสูงอยู่มาก พี่สาวอ้อนเห็นยังตกใจกลัวจะขึ้นไม่ไหว แต่พอเอาเข้าจริงๆหายเหนื่อยกันเลยค่ะ เพราะระหว่างทางขึ้นบันได มีดอกไม้สวยงามให้ถ่ายรูปกันเพลินเลยทีเดียว และวิวทิวทัศน์รอบๆบริเวณวัดสวยงามมาก ยิ่งขึ้นสูงยิ่งมองเห็นความงามโดยรอบของบริเวณวัด สวยงามจริงๆค่ะ 
วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร (วัดภูเขาทอง) - กรุงเทพมหานคร 3
วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร (วัดภูเขาทอง) - กรุงเทพมหานคร
          
สมแล้วที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อของเมืองไทย พอขึ้นถึงยอดเขายิ่งสบายหายเหนื่อยเมื่อได้รับกับลมเย็นๆพัดเข้ามาในยอดพระเจดีย์ภูเขาทอง 

 
วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร (วัดภูเขาทอง) - กรุงเทพมหานคร 4
วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร (วัดภูเขาทอง) - กรุงเทพมหานคร

          แค่ถึงยอดเจดีย์เท่านั้นเม็ดฝนก็ตกกระหน่ำ ชุ่มฉ่ำจิตใจกันสุดๆๆ เราสองคนพี่น้องยกมือขึ้นหัวสักการะสิ่งศักดิ์สิทธ์ที่ประทานพรให้ฝนโปรยปรายลงมาช่วงที่ขึ้นถึงเจดีย์พอดี ไม่งั้นคงเปียกฝนอยู่บันไดขั้นใหนกันแล้วก็ไม่รู้ เราเลยถือโอกาศนั่งพักรับสายฝนบนยอดเจดีย์อย่างสำราญใจ ไม่ต้องรีบร้อนรอฝนตกให้ชุ่มฉ่ำไปเลย พร้อมๆกับชมวิวเมืองกรุง ที่ปกคลุมไปด้วยเม็ดฝนเป็นภาพที่สวยงามยิ่ง สิ้นสุดกิจกรรมทำบุญของเราทั้งคู่ด้วยจิตใจที่อิ่มบุญ อุ่นใจ สาธุสาธุ.....
วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร (วัดภูเขาทอง) - กรุงเทพมหานคร 5
วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร (วัดภูเขาทอง) - กรุงเทพมหานคร
          และนี่คือกิจกรรมทำบุญ 9 วัดภายใน 1 วัน ใช้เวลาไม่มากแต่สิ่งที่ได้มันเกินค่ากว่าจะวัดได้ อ้อนเลยเขียนบทความนี้ขึ้นมาให้กับเพื่อนๆที่สนใจหรืออยากจะทำบ้างได้ลองอ่านดูเผื่อว่าบทความนี้อาจจะช่วยอำนวยความสะดวกให้เพื่อนๆได้ไม่มากก็น้อยนะคะ

#เราสามารถบอกได้ว่าจุดที่ยืนอยู่มันดี... แต่ไม่สามารถบอกได้ว่ามันดีกว่าของคนอื่น.... ความรู้สึกดีต่อชีวิตมีค่าเท่ากัน...... ไม่มีแบบใหนเหนือกว่า#



***ต้องขออภัยผู้อ่านทุกท่านมา ณ ที่นี้ สำหรับรูปภาพประกอบอาจจะไม่ครบสมบูรณ์เท่าไร เนื่องจากอ้อนกับพี่มัวแต่ชื่นชมความงามของวัดต่างๆจนลืมเก็บภาพสวยๆมาฝาก เอาไว้โอกาสหน้าอ้อนจะเก็บทุกรายละเอียดมาฝากท่านผู้อ่านทุกท่านนะคะ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น